Nokia 6303i Classic ได้ทำการปรับปรุงภายในจาก Nokia 6303 Classic เดิม โดยเพิ่มหน่วยความจำภายในจาก 17 MB เป็น 55 MB และเพิ่มการรองรับเมมโมรี่การ์ดเป็น 8GB เดิมเป็น 4GB แต่ลดความละเอียดของวิดีโอ จาก VGA ที่ 15fps เหลือ QVGA ที่ 8fps แทน

 

Nokia 6303i Classic มี 2 สีก็คือ White on Silver และ Khaki on Gold คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงปลายไตรมาสแรกของปีนี้ ราคาประมาณ 105 ยูโร

ข้อมูลตัวเครื่อง
  • เครื่อข่าย GSM 900 / 1800 / 1900
  • ขนาด 108.8 x 46.2 x 11.7 มิลลิเมตร, 57 ซีซี
  • น้ำหนัก 96 กรัม
  • จอแสดงผลแบบ TFT, 16 ล้านสี
  • ขนาดหน้าจอ 240 x 320 พิกเซล, 2.2 นิ้ว
  • เสียง Ringtone MP3
  • สปีคเกอร์โฟน
  • หน่วยความจำภายใน 55 เมกะไบต์
  • หน่วยความจำภายนอก microSD (TransFlash) สูงสุด 8 กิ๊กกะไบต์, 2 กิ๊กกะไบต์ รวมอยู่ในชุดจำหน่าย
  • บันทึกสมุดโทรศัพท์ 1000 รายการ
  • 20 สายโทรออก, 20 สายเรียกเข้า, 20 สายที่ไม่ได้รับ
  • สีของตัวเครื่อง White on Silver , Khaki on Gold
กล้อง
  • กล้องตัวหลัก 3.15 ล้านพิกเซล
  • คุณสมบัติ ความละเอียดสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล, ระบบออโต้โฟกัส, dual LED flash
  • ถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดระดับ QVGA, 8 เฟรมต่อวินาที; QCIF, 15 เฟรมต่อวินาที
การเชื่อมต่อและรับส่งข้อมูล
  • รับส่งข้อความผ่าน SMS, MMS, Email, IM
  • ใช้งานอินเตอร์เน็ต WAP 2.0/xHTML, HTML
  • GPRS Class 32
  • EDGE Class 32
  • microUSB เวอร์ชั่น 2.0
  • Bluetooh เวอร์ชั่น 2.1 รองรับ A2DP
คุณสมบัติเด่น
  • วิทยุ FM Stereo ในตัว รองรับการใช้งานระบบ RDS (Radio Data System)
  • เกมส์ 8 เกมส์ในเครื่อง, ดาวน์โหลดเพิ่มได้
  • MIDP 2.1 - รองรับ Nokia Maps 2.0
    - โปรแกรมเล่นไฟล์วิดีโอ H.263/H.264
    - โปรแกรมเล่นไฟล์เพลง MP3/WAV/eAAC+/WMA
    - Organizer
    - Flash Lite 3.0
    - บันทึกเสียง / โทรออกด้วยเสียง
    - ระบบสะกดคำอัตโนมัติ (T9)
การใช้งานแบตเตอรี่
  • แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-Ion 1050 mAh (BL-5CT)
  • ระยะเวลาสนทนาสูงสุดประมาณ 8 ชั่วโมง
  • ระยะเวลาสแตนด์บายสูงสุดประมาณ 515 ชั่วโมง
  • ระยะเวลาฟังเพลงสูงสุดประมาณ 30 ชั่วโมง

แหล่งที่มา  http://www.igadgety.com/article.php?id=6504

 


 

นวัตกรรมใหม่"ชุดเปลี่ยนสี"แจ้งเตือนทันทีเมื่อลูกน้อยตัวร้อน

 
นาย Chris Ebejer นักธุรกิจชาวเมืองผู้ดี และคุณพ่อลูกหนึ่ง วัย 42 ปี พัฒนา 'Babyglow' ชุดเปลี่ยนสี หลังดูรายการสารคดีแล้วพบว่าทารกแรกเกิดถึงวัย 24 เดือน ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนอุณหภูมิในร่างกายตัวเองได้
เขาทุ่มเงินสูงถึง 700,000 ปอนด์ หรือประมาณ 38.3 ล้านบาท และเวลาอีก 6 ปี ในการคิดค้นพัฒนานวัตกรรมเกี่ยวกับสีย้อมผ้าร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้สีที่มีความปลอดภัยสำหรับเด็กทารก และที่สำคัญโมเลกุลของสีจะต้องตอบสนองต่ออุณหภูมิความร้อนภายในร่างกายได้
เมื่อได้สีที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการแล้ว ก็ทดลองนำไปย้อมลงในผ้าฝ้าย 100% จากนั้นก็นำผ้าฝ้ายไปตัดเป็นชุดเด็กอ่อน กระทั่งกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์  'Babyglow' ในที่สุด
เมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งเซ็นสัญญาขายลิขสิทธิมูลค่าสูงถึง 12.5 ล้านปอนด์ หรือ 683.5  ล้านบาท สำหรับการผลิตและจำหน่ายชุดเด็กอ่อน 'Babyglow' ไปยังตลาดทั่วโลก จำนวน 900,000 ตัวต่อเดือน โดยจะเริ่มออกวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป ในราคาแพคละ 20 ปอนด์ (ราว 1,094 บาท) และมีการจดสิทธิบัตรคุ้มครองทั่วโลก 
ผู้ที่ซื้อสิทธิในการผลิตและจำหน่าย "Babyglow" สู่ตลาดทั่วโลก คือ โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ที่มีชื่อว่า Quality Workwear 4 U ซึ่งนอกจากชุดเด็กอ่อนอย่างที่เห็นในภาพแล้ว ทางโรงงานยังมีแผนเพิ่มไลน์ของสินค้าไปยังผลิตภัณฑ์เด็กชนิดอื่นๆ เช่น ผ้าห่ม ให้สามารถตอบสนองต่ออุณหภูมิในร่างกายเด็กอ่อนได้เช่นกัน
 
เสื้อผ้าเด็ก "Babyglow" มีให้เลือก 3 สี คือ สีชมพู น้ำเงิน และเขียวพาสเทล แต่เมื่อใดก็ตามที่อุณหภูมิในร่างกายเด็กอ่อนเพิ่มขึ้นสูงกว่าอุณหภูมิปกติ (37C) เสื้อผ้าทุกสีจะเปลี่ยนเป็น "สีขาว" ทันที
สำหรับผู้ใหญ่หรือเด็กโต อาการตัวร้อนอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่สำหรับเด็กทารกแล้ว หากอุณหภูมิในร่างกายสูงเกินไปสมองจะหยุดสั่งการ นอกจากนี้ อาการตัวร้อนในเด็กอาจเป็นสิ่งบ่งชี้ของโรคต่างๆ เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองหรือไขสันหลังอักเสบ (meningitis) เป็นต้น
"ชุดเด็ก "Babyglow" จะสื่อสารกับพ่อแม่ แทนลูกน้อยที่ยังพูดไม่ได้" นาย Ebejer กล่าว
เขายังบอกอีกว่า "ความร้อนเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น และมันก็ยากมากที่จะสังเกตอาการตัวร้อนของลูกน้อยได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก แต่ชุดเด็ก 'Babyglow' จะทำให้ผู้ปกครองสามารถรับรู้ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาก่อน"
"ถึงแม้เวลาหกปีที่ใช้ในการพัฒนา 'Babyglow' จะเต็มไปด้วยความยากลำบาก และมีอุปสรรคมากมาย  แต่ผมก็มุ่งมั่นตั้งใจเต็มที่ คิดอย่างเดียวว่าต้องทำให้สำเร็จ เพราะผมเชื่อว่านี่คือผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยชีวิตเด็กๆ ได้" เขากล่าวทิ้งท้าย

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ขอแนะนำ “บล็อกกี้” (bloggie™)

 

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ขอแนะนำ “บล็อกกี้” (bloggie™) กล้องพกพาดีไซน์เท่ห์ที่มาพร้อมคุณสมบัติในการบันทึกภาพวิดีโอระดับไฮเดฟฟินิชั่นรูปแบบ MP4 และภาพนิ่งรายละเอียดสูง 5 ล้านพิกเซล มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ MHS-CM5 และ MHS-PM5K ซึ่งมีให้เลือก 4 สี คือ ขาว ฟ้า ชมพู และม่วงดำพร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ 2553 เป็นต้นไป

“บล็อกกี้” (bloggie™) ได้ออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างสะดวกด้วยยูเอสบีในตัว พร้อมซอฟท์แวร์ Picture Motion Browser (PMB) ทำให้สามารถอัพโหลดวิดีโอ และรูปภาพขึ้น social network สุดฮิตอย่าง Youtube, Facebook, Hi5 รวมทั้งบล็อกต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อใช้งานได้ทั้งกับกับคอมพิวเตอร์พีซี หรือแมคอินทอช นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถเลือกรูปภาพ และวิดีโอก่อนอัพโหลดได้อีกด้วย บล็อกกี้คืออุปกรณ์ล่าสุดที่จะทำให้ผู้ใช้สนุกสนาน และตื่นตาตื่นใจกับการใช้งานด้วยวิธีการง่าย ๆ เพียงไม่กี่คลิก

ไม่ต้องยุ่งยาก ภาพก็สวยได้ด้วยบล็อกกี้
“บล็อกกี้” มีระบบอัตโนมัติช่วยในการถ่ายภาพ มีระบบโฟกัสใบหน้า (Face Detection) และป้องกันภาพสั่นไหวด้วย SteadyShot เพิ่มความมั่นใจว่าภาพจะบันทึกออกมาได้อย่างคมชัด การออกแบบบล็อกกี้ยังมีความโดดเด่นด้วยขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบาเพื่อสะดวกต่อการพกพา และยังสามารถใช้สื่อบันทึกความจำได้ทั้งกับเมมโมรี่สติ๊ก และเอสดีการ์ดที่มีความจุสูงสุด 32 GB ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถที่จะบันทึกวิดีโอคุณภาพระดับสูงได้นานถึง 5 ชั่วโมง 20 นาที

MHS-PM5K มาพร้อมอุปกรณ์เสริมเพื่มความสนุกกับการบันทึกภาพรอบตัว 360 องศา
สำหรับ MHS-PM5K ได้ออกแบบตัวเลนส์ให้บิดหมุนได้ 270 องศา ผู้ใช้จึงสามารถบันทึกภาพตัวเองได้อย่างสะดวก และซูมดิจิตอลได้ 4 เท่า นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมเป็นเลนส์พิเศษที่สามารจับภาพได้รอบทิศ 360 องศา เพียงติดเสริมเข้าไปที่หน้าเลนส์ในตัวของบล็อกกี้เท่านั้น ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถบันทึกภาพได้รอบตัว สร้างมุมมองที่แปลกใหม่ และสสนุกสนานยิ่งขึ้น

MHS-CM5 เพิ่มความสนุกด้วยออฟติคอลซูม 5 เท่า และ ดิจิตอลซูม 20 เท่า
MHS-CM5 มีขนาดที่เล็ก บางเบาเพียง 39 มม. x 101 มม. x 67 มม. เท่านั้น มาพร้อมกับคุณสมบัติที่โดดเด่น อาทิ เลนส์ที่ซูมแบบออฟติคอลซูมได้ 5 เท่าหรือดิจิตอลซูมได้ 20 เท่า ทำให้สามารถบันทึกวิดีโอคุณภาพสูงแบบ HD ระบบ MP4 ได้อย่างน่าประทับใจไม่ว่าอยู่ที่ไหน พร้อมหน้าจอแอลซีดีขนาด 2.5 นิ้ว ทำให้เห็นภาพได้ชัดเจน นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถเลือกที่จะสนุกไปกับเพื่อน ๆด้วยการชมวิดีโอคลิปที่คมชัดระดับไฮเดฟฟินิชั่นบนจอทีวีบราเวีย เพียงเชื่อมต่อบล็อกกี้เข้ากับช่องรับสัญญาณ HDMI (จำหน่ายแยกชุด)

บล็อกกี้ ทั้ง 2 รุ่นพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ศกนี้ โดย MHS-CM5ราคา 9,990 บาท ส่วน MHS-PM5K ราคา 7,990 บาท ทั้งนี้ โซนี่ได้จัดแพ็คเกจต้อนรับวันวาเลนไทน์เฉพาะรุ่น MHS-PM5K พร้อมของสมนาคุณพิเศษมูลค่า 1,770 บาท เพื่อให้ลูกค้าสั่งจองล่วงหน้าได้ผ่านทางเว็บไซท์ http://bloggie.sony.co.th ตั้งแต่วันนี้จนถึง 14 กุมภาพันธ์ ศกนี้ เท่านั้น

แหล่งที่มา  http://www.se-ed.com/Technology/ViewContent.aspx?IDtopic=1459